ความขัดแย้ง

วันที่ 24 เม.ย. 2557

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ความขัดแย้ง


1.    สาระสำคัญ
       ความขัดแย้งเป็นปัญหาที่สำคัญปัญหาหนี่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งเกิดจากความคิดเห็นและค่านิยมที่ไม่ตรงกันก่อให้เกิดความขัดแย้ง และพฤติกรรมความรุนแรงตามมา ลแะลุกลามเป็นปัญหาสังคม ดังนั้นนักเรียนที่อยู่ในช่วงระยะวัยรุ่น เป็นผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นผู้กระทำหรือถูกกระทำที่เกี่ยวกับความรุนแรง จึงควรได้ศึกษาในเรื่องของความขัดแย้งให้ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อที่จะได้เผชิญปัญหาและสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
2.  มาตรฐานการเรียนรู้
    มาตรฐานที่ 2.1 เข้าใจและเห็นคุณค่าของชีวิต ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต
3. ตัวชี้วัด
    ม 4-6/4  วิเคราะห์สาเหตุและผลของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักเรียน  หรือเยาวชนในชุมชน  และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา
4.  จุดประสงค์การเรียนรู้
     4.1    อธิบายความหมายของความขัดแย้ง (K)
     4.2    บอกสาเหตุและลักษณะปัญหาความขัดแย้งระหว่างนักเรียน(K)
     4.3    ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างนักเรียน(K)
     4.4    ระบุแนวทางในการแก้ปัญหาที่อาจเกิดจการความขัดแย้งของนักเรียน(K)
     4.2    มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (A)
     4.3    สามารถปฏิบัติกิจกรรมในบทเรียนได้ (P)

ความขัดแย้ง
 
      แนวคิดเกี่ยวกับความขัดแย้ง
           ความขัดแย้งย่อมเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ โดยเฉพาะเมื่อมนุษย์ต้องอยู่ร่วมกันเป็นสังคมหรือการที่ต้องทำงานเป็นกลุ่ม นอกจากความขัดแย้งระหว่างบุคคลแล้วยังจะมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มด้วย หากสมาชิกกลุ่มมีความแตกต่างกันมากในหลายๆ ด้าน ความขัดแย้งก็จะเกิดมากขึ้น จึงอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นการยากที่คนเราจะทำงานร่วมกันในหน่วยงานโดยปราศจากความขัดแย้ง จนมีคำกล่าวว่า “ความขัดแย้งเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีในชีวิตแต่ปัญหาไม่จำเป็นต้องมี ” เพราะความขัดแย้งที่คงอยู่ในระดับหนึ่งอาจไม่ก่อให้เกิดปัญหา แม้กระนั้นนักบริหารก็จะต้องให้ความสนใจกับเรื่องของความขัดแย้ง และเข้าเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
     ความหมายของความขัดแย้ง
           ความรู้สึกของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่มีความคิดเห็นหรือความเข้าใจว่าเป้าหมายหรือผลประโยชน์ของตนเองนั้นถูกขัดขวาง, สกัดกั้น หรือไม่ลงรอย (Incompatible Goal) กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอื่น
(ที่มา :
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=30a113e6c9d84734&pli=1)

 
         ลักษณะปัญหาความขัดแย้ง
          ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในกลุ่มนักเรียนและเยาวชนในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่มีเพื่อนมากและเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ วัยรุ่นจึงเป็นวัยที่มักประสบปัญหาเพราะเป็นระยะที่มีนิสัยโมโหง่าย ดื้อ เพื่อนมีอิทธิพลต่อตนมาก จึงทำให้เกิดความขัดแย้งทะเลาะวิวาทระหว่างกลุ่มเพื่อนเสมอ ๆ  และมักก่อให้เกิดความรุนแรงและผลกระทบอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย
      ลักษณะปัญหาความขัดแย้งในกลุ่มนักเรียนและเยาวชน
       ลักษณะพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากปัญหาความขัดแย้งในกลุ่มนักเรียนและเยาวชนมีหลายประการดังนี้
       1. การทะเละวิวาทภายในสถาบัน อาจเกิดจากบุคคล 2 ที่ทำร้าย ชกต่อย ตีกัน ปัญหาการรังแกกันภายในโรงเรียนที่พบบ่อย ๆ คือ การทำร้ายจิตใจกันด้วยวาจา การล้อเลียนกัน การที่รุ่นพี่ครอบงำรุ่นน้อง และการคุกคามทางเพศ เด็กเล็กถูกเด็กโตรังแก ข่มขู่เอาเงินหรือสิ่งของมีค่า ทำร้ายกัน หรืออาจบุคคล 2 ฝ่าย ฝ่ายละหลาย ๆ คน หรือรุมทำร้ายกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงมากแต่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ แต่บางครั้งก็อาจจะมีการแทงกัน ยิงกัน ดังข่าวที่ปรากฏทางหน้าหนังสือพิมพ์
 
  
        ที่มา : http://www.kruthai.info/view.php?article_id=1733&page=2
      
       2. การทะเลาะวิวาทภายนอกสถาบัน การทะเลาะวิวาทระหว่างสถาบันส่วนใหญ่เป็นความรุนแรงที่เกิดจากความไม่พอใจกันระหว่างบุคคลกับบุคล หรืออาจจะขยายเป็นระหว่างกลุ่ม มักเกิดจากนักเรียน นักศึกษากลุ่มหนึ่งซึ่งมีจำนวนเล็กน้อยเกิดจากความคึกคะนอง อยากทำตัวโดดเด่น(ไปในทางที่ไม่ถูกต้อง) ไม่คิดถึงจิตใจของผู้อื่น แม้กระทั่งพ่อแม่ของตนเอง  ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม คือ ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท มีการทำร้ายกัน ยกพวกระหว่างโรงเรียนมาตีกันโดยใช้อาวุธต่าง ๆ เช่น ไม้ มีด เป็นต้น
 
 

ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=jr-K56a41TA
 
       3. การถูกทำร้ายทางเพศ วันรุ่นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้หญิงที่ถูกทำร้ายทางเพศ โดยมากเกิดจากความขัดแย้ง ทำให้เกิดความโกรธ อยากแก้แค้น อาจใช้วิธีหลอก ล่อลวงและบังคับ บางรายถูกทำร้ายทางเพศติดต่อกันเป็นเวลานานหลายปี กว่าที่คนใกล้ชิดหรือหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะรู้เรื่อง หรือผู้ถูกทำร้ายทางเพศยอมเปิดเผยเรื่องราว
       สาเหตุของความขัดแย้ง
       สาเหตุของความขัดแย้งในกลุ่มนักเรียนและเยาวชน มีดังนี้
       1. เกิดจากความไม่พอใจจนทำให้มีความขัดแย้งกันในเรื่องต่าง ๆ จนเกิดอารมณ์ เป็นเหตุให้ใช้ความรุนแรงต่อกัน มักเกิดกับกลุ่มพื่อนที่ไม่ค่อยสนิทกัน อีกฝ่ายหนึ่งอาจไม่ทราบว่าตนเองถูกอีกฝ่ายหนึ่งไม่พอใจ
       2. หยอกล้อและแกล้งกัน อาจเป็นการเล่นแรงเกินไปหรืออีกฝ่ายหนึ่งไม่มีอารมณ์เล่นด้วย การแกล้งกันอาจทำให้เกิดการทะเลาะกันได้
       3. การหึงหวง วัยรุ่นส่วนใหญ่ทั้งเพศชายและเพศหญิงเริ่ใสนใจเพศตรงข้าม และบางคนอาจจะมีคู่รัก การชอบหรือสนใจคนเดียวกันหรือสนใจคนที่มีคนรักอยู่แล้ว จะทำให้เกิดการหึงหวง เป็นสาเหตุทำให้เกิดความขัดแย้ง
       4. มีความผดปกติทางจิตใจ คือ เป็นคนก้าวร้าว ชอบการกระทำที่รุนแรง ขาดความเมตตาปรานี
       5. มาจากครอบครัวที่มีแต่ความขัดแย้ง พ่อแม่ทะเลาะกัน ทุบตีและด่าว่ากัน ลูกจะซึมซับพฤติกรรมดังกล่าว อาจเกิดการเลียนแบบ มีอารมณ์ร้อนหรือใช้ควมรุนแรงเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ

ที่มา:http://flookku2013.blogspot.com/2013/01/blog-post_28.html
 
       6. มีค่านิยมที่ผิด ๆ ซึ่งเป็นค่านิยมที่แสดงออกพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น แก้แค้นแทนเพื่อนทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้โกรธ หรือมีเรื่องทะเลาะกับเขาแต่ด้วนความที่เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน หรือด้วยความรักเพื่อนจึงช่วยเพื่อนในทางที่ผิด โดยการไปทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม และอาจถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน
       7. เกิดจากการทบกระทั่งกัน บางครั้งอาจจะไม่มีเจตนาที่จะมีเรื่องขัดแย้งกันแต่ทำไปด้วยความไม่ตั้งใจ หรือทำไปโดยไม่ได้คิดอะไร เช่น พูดจาด้วยถ้อยคำที่รุนแรงโดยไม่ได้คิด หรือเดินชนกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็อาจจะทำให้เกิดความไม่พอใจหรือเกิดความขัดแย้งกันได้
       8. เป็นผลมาจากพ่อแม่ไม่รับผิดชอบต่อครอบครัว แยกทางกัน ปล่อยให้อีกฝ่ายหนึ่งเลี้ยงลูกตามลำพัง ได้รับความยากลำบาก จนทำให้มีผลเกิดความขัดแย้งและความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ได้รับผลกระทบที่ตามมาจากความขัดแย้งนั้น
       9. การเลียนแบบสื่อต่าง ๆ ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับความขัดแย้ง ใช้ความรุนแรง เช่น ภาพยนต์ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์และหนังสือต่าง ๆ เป็นต้น
       10. ความไม่เข้าใจกัน ความหมั่นไส้ เช่น นักเรียนขาดจิตสำนึกต่อส่วนรวม โดยใช้เครื่องแบบเป็นเครื่องหมายความแตกต่างระหว่างกลุ่ม นักเรียนจึงไม่ควรยึดถือศักดิ์ศรีของโรงเรียนหรือสถาบันในทางที่ไม่ถูกต้อง ควรเชิดชูและรักษาชื่อเสียงของโรงเรียนและสถาบันในทางที่ดีงาม มีความสำนึกในหน้าที่ของตนเองในการเป็นนักเรียน นักศึกษาที่ดี และช่วยเหลือกันทั้งในด้านการเรียน และด้านอื่น ๆ
(ที่มา:สุขศึกษา ๔ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ กำไลทิพย์  ระน้อย และคณะ)

ที่มา:http://www.baanjomyut.com/library_2/extension-1/combat/index.html
      
       ผลกระทบของความขัดแย้งระหว่างนักเรียนหรือเยาวชน

       เมื่อวัยรุ่นมีภาวะความขัดแย้งภายในกลุ่ม  ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุใดก็แล้วแต่ ย่อมมีปฏิกิริยาหรือการตอบสนองโต้ตอบกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้น ซึ่งมีได้หลายรูปแบบ อาจเป็นการโต้ตอบอย่างรุนแรง ที่พบเห็นในวัยรุ่นได้บ่อยๆได้แก่การใช้กำลังการทำร้ายร่างการ  หากปฏิกิริยาโต้ตอบนั้นเป็นแบบเบาๆ ได้แก่ การปฏิเสธการยอมแพ้  หรือการละเลยไม่สนใจต่อความขัดแย้งนั้นอีกต่อไป หรือมีการโต้ตอบแบบมีหลักการ ก็จะประกอบด้วย การใช้ทักษะการฟังการประนีประนอม  การแก้ปัญหาร่วมกันด้วยการพบปะพูดจา หรือการประชุม ผลกระทบที่เกิดจากความขัดแย้ง แบ่งได้ 3 ด้าน ดังนี้
      1. ด้านร่างกาย  หากการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยวิธีการที่รุนแรง ก็อาจจะก่อให้การเกิดการบาดเจ็บทางร่างกายได้ เช่น  เมื่อมีการทำร้ายร่างกาย  อาจทำให้เกิดบาดแผลหรือการฟกช้ำที่อวัยวะภายในได้
       2. ด้านจิตใจ  ความขัดแย้งจะทำให้เกิดผลเสียทางด้านจิตใจเป็นอย่างมากเนื่องจากความขัดแย้งจะทำให้เกิดความคับข้องใจ และเป็นทุกข์ เมื่อต้องกระทำการใดๆ ที่ตนเองไม่ต้องการ หรือไม่บรรลุเป้าหมายที่ตนเองได้คาดหวังไว้ ซึ่งบางครั้งอาจจะส่งผลเสียต่อสภาพร่างกายด้วยเช่นกัน  ยกตัวอย่างเช่น วัยรุ่นที่มีความขัดแย้งกันเพื่อนสนิท หากไม่ได้รับการแก้ไขก็จะทำให้มีความวิตกกังวล  กินอาหารไม่ลง เกิดภาวะความเครียด อาจจะทำให้เกิดโรคกระเพาะหรือโรคนอนไม่หลับ ส่งผลทำให้พัฒนาการของการเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามวัย

      3. ด้านสังคม หาพิจารณาผลกระทบทางด้านสังคมจะพบว่า  บุคคลที่เกิดความขัดแย้งทำให้สังคมการพบปะกับคนรอบข้างนั้นแคบลง  เพราะบุคคลที่มีภาวะความขัดแย้งทางจิตใจจะเป็นทุกข์ไม่คิดว่าคนรอบข้างนั้นเป็นมิตร  และมักจะมองคนในแง่ลบ  ซึ่งพบว่าเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นกับบุคคลอื่นหากเราไม่สามารถแยกแยะระหว่างเรื่องจริงและเรื่องงานได้  ก็จะทำให้สัมพันธภาพกับผู้อื่นนั้นแคบลง เช่น หากนักเรียนทะเลาะกับเพื่อนในห้องหลายๆคนทำให้การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มในบางครั้งไม่เป็นผล เพราะเพื่อนต่างก็ไม่รับเข้ากลุ่มทำงาน ต้องทำงานคนเดียว เพื่อนในห้องอาจจะไม่พูดคุยด้วย
(ที่มา:https://sites.google.com/site/hlikleiyngkhwamkhadyaeng/khwam-khad-yaeng-ni-klum-nakreiyn-laea-yeawchn/phlk-ra-thb-thi-keid-cak-khwam-khad-yaeng-ni-klum-nakreiyn-laea-yeawchn)
       แนวทางในการป้องกันและแก้ปัญหาที่อาจเกิดจากความขัดแย้งของนักเรียนหรือเยาวชน
       ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในวัยรุ่นส่งผลให้มีความรุนแรงเกิดขึ้นตามมาในโรงเรียน สถาบันการศึกษา และในชุมชน ส่วนใหญ่เป็นความขัดแย้งภายในโรงเรียนและการทะเลาะวิวาทนอกสถาบันหรือระหว่างสถาบัน แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาควรปฏิบัติดังนี
       1. ฝึกตนเองให้สามารถรู้จักแก้ปัญหาด้วยการใช้ความคิดมีเหตุผล หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ และการใช้ความรุนแรง รู้จักประนีประนอม พูดจาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
       2. เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมสัมพันธ์อันดีในกลุ่มนักเรียน เช่น โครงการกีฬาสี การจัดแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียน ซึ่งเป็นการทำให้นักเรียนมีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นและทำให้ทุกคนรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง เป็นต้น
 
 
       3. เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณธรรมในรูปแบบต่าง ๆ ที่โรงเรียนและสถาบันการศึกษา จัดให้นักเรียนเพื่อกล่อมเกลาจิตใจ อาทิ อบรมจริยธรรม และไปเข้าค่ายปฏิบัติธรรมและฝึกสมาธิ เป็นต้น
       4. เชื่อฟังคำสอนและฟังคำแนะนำของบิดา มารดา ครู อาจารย์ หากเกิดปัญหาที่นำไปสู่ความรุนแรงให้รีบปรึกษาผู้ใหญ่ทันที
       5. ควรมีการรวมกลุ่ม ตามความสนใจและความถนัดของตน เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์กับโรงเรียนและสังคม เช่น กลุ่มดนตรี และชมรมกีฬาต่าง ๆ
  
      
      6. มีความระมัดระวังตนเอง ให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทของนักเรียนหรือเยาวชน และหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้น ๆ เพราะอาจทำให้เกิดผลกระทบตามมาได้
       7. แจ้งให้ผู้ใหญ่ทราบทันทีเมื่อพบเหตูการณ์ที่จะเป็นปัญหาทำให้เกิดความรุนแรง
       8. มีจิตสำนึกต่อส่วนรวม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม เช่น การสร้างสรรค์ต่อประเทศชาติและสังคม
       9. เลือดรับสื่อที่สร้างสรรค์ หลีกเลี่ยงสื่อที่มักนำเสนอข้อมูลในทางลบที่เกี่ยวกับการเกิดความรุนแรงในโรงเรียน
       10. จัดตั้งกลุ่มในโรงเรียนและชุมชน มีอาสาสมัครและแกนนำนักเรียนคอยสังเกตและเฝ้าระวังเมื่อมีความผิดปกติให้แจ้งเหตการณ์แก้เจ้าหน้าที่ทันที
 
            แนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งในโรงเรียนโดนสันติวิธี มีดังนี้
      1. ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหาและยอมรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน
      2. รู้จักการให้อภัยเพราะการให้อภัยจะทำให้ความขัดแย้งจบได้โดยเร็ว
      3. ไม่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาความขัดแย้ง แต่ควรใช้สติและความคิดในการแก้ไขปัญหา
      4. ไม่ใช้ความรุนแรงต่อกันไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงทางด้านร่างกายและจิตใจ
      5. รู้จักข่มใจ อดทนอดกลั้น เพื่อที่จะทำให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นคลี่คลายไปในทางที่ดี
      6. ช่วยห้ามปราบไกล่เกลี่ยเพื่อนและคนใกล้ชิด อย่าให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน และต้องไม่ยุยงส่งเสริมให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน
      7. ไม่ช่วยเพื่อนไปในทางที่ผิด เช่น ช่วยไปทะเลาะกับคนอื่น ไปทำร้ายคนอื่นแทนเพื่อน ต้องปฏิเสธเมื่อเพื่อนชวนให้ไปทะเลาะวิวาทกับคนอื่น เป็นต้น
      8. เมื่อมีความขัดแย้งจนตกลงกันไม่ได้ อาจไปขอคำปรึกษาหรือคำแนะนำจาก ครู อาจารย์ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง
          ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นหรือเยาวชนในชุมชน เป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน การทะเลาะวิวาท ใช้กำลังทำร้ายกัน ทำให้นักเรียน เยาวชน และคนในสังคมได้รับผลกระทบทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและสังคม ทุกคนในสังคมจึงต้องร่วมมือกันหาวิธีป้องกันและจัดการความขัดแย้งอย่างสันติวิธีและสร้างสรรค์ เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงในสังคม และสมาชิกในสังคมอยู่รวมกันได้อย่างสันติและมีความสุข
      (ที่มา:สุขศึกษา ๔ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ กำไลทิพย์  ระน้อย และคณะ)

ใบงานที่ 1 ดาวน์โหลดไฟล์แนบ > ใบงานที่ 1
ใบงานที่ 2 ดาวน์โหลดไฟล์แนบ > ใบงานที่ 2


แบบทดสอบเรื่อง ความขัดแย้งระหว่างนักเรียนและเยาชน  จำนวน 10 ข้อ